ประวัติขนมประเทศจีน

ประวัติขนมประเทศจีน

ขนมเปี๊ยะ เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคล ความปรารถนาดีต่อกัน และความสมัครสมานสามัคคี เป็นขนมที่มักใช้ประกอบในเทศกาลต่างๆของชาวจีน ซึ่งความหมายของขนมเปี๊ยะและขนมบางอย่างนั้นเป็นตำนานการกู้ชาติ เช่น ขนมไหว้พระจันทร์ของจีน ที่ชาวจีนผู้กล้าหาญได้จัดตั้งขบวนการใต้ดินเพื่อกู้ชาติจากมองโกล ซึ่งในสมัยนั้นในวันเพ็ญเดือนแปดชาวจีนมีประเพณีสักการะเจ้าแม่กวนอิม  โดยทำขนมเปี๊ยะแลกกันในหมู่ญาติ ขบวนการใต้ดินจึงใช้ขนมเปี๊ยะสอดไส้ใส่จดหมายนัดแนะให้พร้อมใจกันต่อสู้ เป็นต้น อาหารที่ใช้ในงานมงคลของจีนนั้นมักจะถูกเลือกอย่างพิถีพิถัน เพื่อความเป็นมงคลของงาน ส่วนใหญ่จะเลือกจากชื่อและลักษณะของอาหาร ประเพณีการเลือกรับประทานขนมนี้เกิดจากความเชื่อที่มาจากชื่อและลักษณะของ ขนม และการแปลความหมายที่ออกเป็นความหมายที่ดี เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ซึ่งยังเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อและประเพณีด้วย เรียกว่า “ ตั้งแต่เกิดจนตายทุกวาระจะมีอาหารเข้าไปเกี่ยวข้องเสมอ ”

ตำ นานขนมเปี๊ยะมีสองตำนานที่เล่าต่อกันมา ตำนานแรกกล่าวว่ามีสามีภรรยาคู่หนึ่งแต่งงานอยู่ด้วยกันที่บ้านของฝ่ายสามี อยู่มาวันหนึ่งพ่อของสามีป่วยหนักแต่ไม่มีเงินรักษา ด้วยความกตัญญูภรรยาจึงนำตัวไปขัดดอกแลกกับการยืมเงินมารักษาอาการป่วยชอง พ่อสามี เมื่อพ่อสามีหายจากอาการป่วย สามีจึงหาวิธีไปไถ่ตัวภรรยา โดยทำขนมเปี๊ยะออกไปขายได้เงินเป็นกอบเป็นกำ มีเงินไปไถ่ตัวภรรยาจึงเกิดเป็นชื่อ เหล่าผั่วเปี๊ยะ ตำนานที่สองกล่าวว่า มีชายคนหนึ่งเดินทางออกจากบ้านไปทำงานอยู่ที่กวางโจว เมื่อครั้นจะกลับบ้านภรรยาได้ยินข่าวจึงคิดทำขนมเปี๊ยะออกมาเพื่อจะเอาใจ สามี เมื่อสามีได้ทานถึงกับกล่าวว่ามันวิเศษมาก และก่อนที่จะเดินทางกลับไปทำงานจึงขอให้ภรรยาทำขึ้นมาเพื่อจะนำไปฝากเจ้านาย และเพื่อนๆ เมื่อเจ้านายและเพื่อนๆได้ลิ้มรส ก็ทำให้เกิดการติดอกติดใจและเกิดการบอกต่อเป็นตำนานจนได้ชื่อว่า เตี่ยจิวเหล่าผ่อเปี๊ยะ ดังนั้นเมื่อรวม 2 ตำนานนี้เข้าด้วยกัน ขนมเปี๊ยะจึงเปรียบเสมือนตัวแทนของความรัก ความกตัญญูที่มีต่อบรรพชน รวมไปถึงความเอื้ออาทรระหว่างสามีภรรยาที่มีต่อกัน ทำให้ขนมเปี๊ยะเป็นขนมที่คนจีนนิยมใช้ในงานมงคล ทั้ง งานหมั้น งานแต่งงาน หรือ เป็นของขวัญ  รวมไปถึงการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ขนมเปี๊ยะ คนจีนเรียกว่า “ ผั่วเปี้ย ” แต่คนไทยเรียกว่า “ ขนมเปี๊ยะ ” เป็นขนมที่มักใช้ประกอบในเทศกาลขนมไหว้พระจันทร์ของชาวจีน ใช้เป็นเครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ การทำขนมเปี๊ยะนั้นถูกเผยแพร่โดยชาวจีนที่อพยพเข้ามาอยู่ในเมืองไทยเมื่อนาน มาแล้ว แต่เดิมนั้นไส้จะมีส่วนประกอบ เป็น ถั่วและฝัก แต่เมื่อวัฒนธรรมไทยจีนเริ่มผสมผสานกลมกลืนกันจนเริ่มมีกลิ่นและมีรสชาติแบบ ไทยๆ ไส้จึงเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ทุเรียน ไข่แดง เป็นต้น ซึ่งความหมายของขนมเปี๊ยะในเทศกาลนี้ คือ ความพรั่งพร้อม สมบูรณ์ และความสมหวัง เป็นขนมแห่งความสิริมงคลสื่อถึงความปรารถนาดีระหว่างผู้รับและผู้ให้  ทั้งยังเป็นขนมที่แสดงถึงความสามัคคีกันเพราะในเทศกาลต่าง ๆ ชาวจีนส่วนใหญ่มักจะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัวกินขนมเปี๊ยะเพื่อ ให้เกิดสิริมงคลและนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่ตนเอง ครอบครัว ธุรกิจและกิจการ ชาวจีนจึงมีความเชื่อสืบทอดต่อกันมาว่าในปีหนึ่ง ๆ มักจะมีสิ่งเลวร้าย เรื่องไม่ดีไม่งาม เรื่องอัปมงคลมากระทบ หรือรบกวนการดำเนินชีวิตจนทำให้เกิดอุปสรรคต่าง ๆ ขึ้น เช่น การเจ็บไข้ได้ป่วย เงินทองไม่คล่อง ทำอะไรก็พบแต่ความยุ่งยาก ทำให้รู้ได้ว่า “ ดวงชะตาชีวิต ” ไม่ดีนักจึงต้องมีการขวนขวายหาที่พึ่งจึงก่อให้เกิดการไหว้เจ้า การไหว้สิ่งศักสิทธิ์ การไหว้บรรพบุรุษและประเพณีอื่น ๆ ขึ้น บนโต๊ะเซ่นไหว้จะประกอบไปด้วยสิ่งของต่าง ๆ ที่มีความหมายต่าง ๆ กัน ขนมเปี๊ยะจะมีอักษรมงคลสีแดงประทับอยู่กลางขนม แต่ ในปัจจุบันนี้พฤติกรรมการซื้อขนมเปี๊ยะนั้นได้เปลี่ยนแปลงแล้ว ผู้บริโภคไม่ได้ซื้อขนมเปี๊ยะเพียงเพื่อไหว้เจ้าเท่านั้น แต่ผู้บริโภคยังซื้อขนมเปี๊ยะเพื่อเป็นของฝากและเพื่อการบริโภคอีกด้วย โดยเฉพาะสมัยนี้การแข่งขันในตลาดการขายขนมเปี๊ยะนั้นยิ่งทวีความรุนแรงมาก ขึ้น เพราะมีผู้ประกอบการหรือผู้ผลิตหลายรายให้ความสนใจเข้ามาสู่ตลาดมากขึ้น ทั้งรายย่อย รายใหญ่ หรือรายใหม่ ๆ ทำให้มูลค่าการตลาดขยายตัว ขณะเดียวกันส่วนแบ่งทางการตลาดก็ถูกแบ่งเพิ่มมากขึ้นด้วย จากการศึกษาตลาดพบว่า ขนมเปี๊ยะที่มีจำหน่ายทั่วไปมักจะแข่งกันที่บรรจุภัณฑ์ ขณะที่ “ ไส้ ” ไม่มีความแตกต่าง เช่น ไส้ถั่ว ไส้ถั่วฝัก ไส้ทุเรียน เป็นต้น ดังนั้นการแข่งขันในปีนี้จึงเน้นไปที่การสร้างความแตกต่างของไส้ เช่น ไส้นมสด ไส้ผลไม้รวม เป็นต้น

<<<กลับหน้าหลัก