ความเป็นมาขนมจีบ

ประเทศจีนเป็นดินแดนที่กว้างใหญ่ไพศาลมีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์และดินฟ้าอากาศ และมีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 5,000 ปี ทั้งประชากรที่มากมายและประกอบด้วย หลากหลายเผ่าชนรวมทั้งศาสนาและความเชื่อ ซึ่งมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไป ประเทศจีนจึงมีอาหารการกินที่มากมายและยิ่งใหญ่ชาติหนึ่งของโลกซึ่งมีความสำคัญในชีวิตประจำวันไม่ว่า ทั้งการอิ่มท้องยังชีพบำรุงร่างกายรักษาโรค รวมทั้งอาหารประจำตามเทศกาลงานพิธีหรือแม้แต่อาหารเจทางพุทธศาสนา อาหารนม เนย เนื้อแกะ ของอิสลาม เป็นต้น อาหารจีนซึ่งมีความหลากหลาย อาหารหนักและหลักๆ โดยทั่วไปเป็นอาหารที่ประกอบด้วยแป้ง ชาวจีนใต้ (ใต้จากลุ่มแม่น้ำแยงซี) ชอบทานข้าว ชาวจีนภาคเหนือรวมทั้งตะวันตกส่วนมากทานแป้งที่แปรรูปจากข้าว ชาวอีสานของจีนทานอาหาร จำพวกข้าวโพด ข้าวโอ๊ตและข้าวสาลีและแป้งที่แปรรูป ดังกล่าวรวมทั้งมันฝรั่ง กับข้าวมีทั้งจำพวกผัก เนื้อสัตว์ สัตว์ปีกต่างๆ อาหารสัตว์น้ำ ปู ปลา กุ้ง หอย ทั้งทะเล แม่น้ำ

 ประวัติของขนมจีบเริ่มมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวนโดยบันทึกไว้ว่า ขนมจีบนั้นใช้ข้าวสารนวดเป็นแป้ง ใช้หมูเป็นไส้ ที่ยอดขนมจีบให้ทำเป็นรูปดอกไม้ จากบันทึกที่บันทึกไว้ทำให้เราทราบกันว่าขนมจีบของจีนมีประวัติยาวนานกว่า 700 ปีแล้ว โดยขนมจีบนั้นเดิมทีเป็นวัฒนธรรมของเมืองฮูฮฮอต มองโกเลียใน จากการนำมาขายในร้านน้ำชาบนเส้นทางสายไหมจนได้ชื่อว่า捎卖 (shao mai) ที่แปลว่า สินค้าที่ขายเป็นงานอดิเรกเครื่องเคียง หรือ อาหารเรียกน้ำย่อยคู่กับชา ถูกนำมายังกรุงปักกิ่งและเทียนจินโดยพ่อค้าจากชานซีในช่วงระหว่างราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง และต่อมาได้เปลี่ยนตัวอักษรแทนเสียงเป็น  “烧麦”, ”稍美” และ ”烧卖” ตามลำดับ ติ่มซำเป็นอาหารว่างที่โดยปกติแล้วมักจะทานตอนสายๆ ก่อนเที่ยง แต่ปัจจุบันก็สามารถหารับประทานได้ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนดึก ซึ่งจะพบเห็นได้ที่ฮ่องกง 

           ติ่มซำเกิดขึ้นที่เมืองกวางตุ้ง มีตำนานเล่ากันว่าสมัยก่อนนั้นมีนักเดินทางตามเส้นทางสายไหม มักจะหาสถานที่เพื่อแวะพักผ่อนระหว่างการเดินทางดังนั้นบนเส้นทางสายไหมจึงเต็มไปด้วย ” ร้านน้ำชา”หรือ “Yum Cha” เพื่อต้อนรับอาคันตุกะนักเดินทางแปลกหน้าเป็นประจำ

             ขณะเดียวกันชาวนาตามชนบทเมื่อทำงานเหนื่อยล้าก็จะแวะพักผ่อนและดื่มน้ำชายามบ่ายตามร้านน้ำชาเหล่านี้   ขณะที่ดื่มน้ำชาก็จะต้องมีอาหารกินเล่นเพื่อกินคู่กับน้ำชาบรรดาเจ้าของร้านจึงเริ่มคิดหาอาหารกินเล่นต่างๆ ขึ้นมาจึงเป็นที่มาของติ่มซำในเวลาต่อมา ด้วยความที่เป็นอาหารกินง่ายและรสชาติแปลกใหม่ ติ่มซำจึงกลายเป็นอาหารที่นิยมไปทั่วโลกบทความนี้ ผู้เขียนค้นคว้าหาข้อมูลจากหลายๆเว็บที่มีหลายภาษา ซึ่งต้องใช้ความพยายามในการรวบรวม และการแปลอย่างยิ่ง ดังนั้น หากต้องการนำส่วนหนึ่งของบทความนี้ไปใช้

<<<กลับหน้าหลัก